แชร์

สารระเหยง่ายVOCs อันตรายต่อสุขภาพ MiniRAE 3000+

อัพเดทล่าสุด: 28 ส.ค. 2026
153 ผู้เข้าชม
สารระเหยง่ายVOCs อันตรายต่อสุขภาพ

ก่อนเราจะเข้าในเนื้อหาเรื่อง สารระเหยง่ายVOCs อันตรายต่อสุขภาพ เรามาทำความรู้จักกันอีกครั้งกับสารระเหยVOCsกันค่ะ ว่าเกิดได้อย่างไรและทำไมถึงมีผลกระทบและคนทั่วไปสามารถพบเจอได้ไหม 

มารู้จัก สารระเหยง่าย หรือ VOCs คืออะไร  
ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า VOCs หรือ Volatile Organic Compounds ผ่านข่าวสารสิ่งแวดล้อมหรือฉากหลังของอุตสาหกรรมอยู่บ่อยครั้ง เกิดขึ้นได้อย่างไร และใกล้ตัวคนทั่วไปมากกว่าที่คิดหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบค่ะ

VOCs คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
VOCs (Volatile Organic Compounds) คือ กลุ่มสารประกอบอินทรีย์ที่สามารถระเหยกลายเป็นไอได้ง่ายในอุณหภูมิและความดันปกติ สารกลุ่มนี้มีองค์ประกอบหลักเป็นคาร์บอนและไฮโดรเจน

โดยสามารถเกิดขึ้นได้จาก 2 แหล่ง
- แหล่งกำเนิดหลัก: แหล่งกำเนิดจากกิจกรรมมนุษย์ (Anthrogenic Sources):การใช้สารละลาย ไอระเหยน้ำมันเชื้อเพลิง สารเคลือบผิว สารทำความสะอาด และกระบวนการในโรงงานอุตสาหกรรม การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ ควันบุหรี่ และขยะ
- แหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ (Natural Sources):การปลดปล่อยไอระเหยจากต้นไม้ พืชพรรณบางชนิด หรือกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพ
และกลุ่มคนทั่วไปที่ไม่ได้ทำงานที่มีความเสี่ยงด้านVOCs แต่รอบๆในชีวิตประจำวันก็พบเจอได้ เพราะ VOCs ไม่ได้อยู่แค่ในโรงงานอุตสาหกรรม แต่อยู่รอบตัวเรา ทั้งในบ้านและอาคารทั่วไป ภายนอกอาคาร (Outdoor Environment) ไอระเหยจากสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊มน้ำมัน)ควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์บนท้องถนน พื้นที่ก่อสร้างหรืองานพ่นสีโครงสร้างต่าง ๆ การทำความเข้าใจและตระหนักถึงแหล่งที่มาของ VOCs จึงเป็นขั้นตอนแรกในการป้องกันและลดความเสี่ยง ทั้งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลาก LowVOCs การจัดระบบระบายอากาศในอาคารให้ถ่ายเทสะดวก หรือการติดตั้งระบบตรวจวัดและควบคุมไอระเหยในสถานประกอบการเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด


การทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อสารระเหยง่าย VOCs  (Volatile Organic Compounds) มีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ และกฎหมายรวมถึงมาตรฐานโรงงานมีการกำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่ไว้อย่างชัดเจน แยกเป็น ในระยะสั้นทันที และ ระยะยาวสะสม

เมื่อการทำงานต้องมีความเสี่ยงกฎหมายจึงเข้ามาคุ้มครองแรงงานโดยให้มีการกำหนดการจัดพื้นที่ปลอดภัยในโรงงาน
ตามกฎหมายไทย โรงงานต้องจัดให้มีมาตรการและพื้นที่ปลอดภัยตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อกำหนดสำคัญดังนี้

- จัดสถานที่ปลอดภัย: ดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ

- รับผิดชอบค่าใช้จ่าย: ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

- จัดทำเอกสารและประเมินความปลอดภัย: ทำรายงานความปลอดภัยที่ผ่านการตรวจรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ/นิติบุคคลตามกฎกระทรวง

- แต่งตั้งบุคลากรความปลอดภัย: จัดตั้ง จป. หรือคณะทำงานด้านความปลอดภัยตามเกณฑ์กฎหมาย

- แจ้งความเสี่ยงและแจกคู่มือ: แจ้งอันตรายล่วงหน้า และแจกคู่มือความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน ย้ายงาน หรือเปลี่ยนสถานที่

จัดฝึกอบรมความปลอดภัย: อบรมพนักงานทุกคนเรื่องความปลอดภัย และอบรมเพิ่มทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนเครื่องมือ ย้ายงาน หรือเปลี่ยนตำแหน่ง

- ติดป้ายเตือนและแจ้งสิทธิ: ติดป้ายเตือนอันตรายและป้ายแสดงสิทธิความปลอดภัยในจุดที่เห็นได้ชัดเจน

- ควบคุมการสวมใส่ PPE: จัดหาและดูแลให้พนักงานสวมใส่อุปกรณ์ PPE หากไม่สวมใส่ สามารถสั่งหยุดงานได้ทันที

การควบคุมระบายอากาศ (Local Exhaust Ventilation): ต้องติดตั้งระบบดูดอากาศเสียและระบายอากาศในบริเวณที่มีสารระบาย เพื่อลดความเข้มข้นของสาร VOCs ในอากาศไม่ให้เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย (PEL / TLV)

การแบ่งแยกพื้นที่ (Zoning): ต้องกำหนดเขตพื้นที่เสี่ยงและติดป้ายเตือนอันตรายอย่างชัดเจน จำกัดเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องและสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

พื้นที่พักปลอดภัย (Safe Rest Area / Break Room): ต้องจัดเตรียมห้องพักพนักงาน อู่ หรือพื้นที่พักผ่อนที่ปลอดสารเคมี มีระบบอากาศสะอาดแยกต่างหากจากพื้นที่ปฏิบัติงาน

อุปกรณ์และชุดเผชิญเหตุฉุกเฉิน: จัดให้มีจุดล้างตาและฝักบัวฉุกเฉิน (Emergency Eyewash & Shower) ในระยะที่เข้าถึงได้ภายใน 10 วินาที พร้อมชุดปฐมพยาบาล

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE): โรงงานต้องจัดหาหน้ากรองก๊าซ/สารเคมี (Respirator) ที่เหมาะสมกับชนิดสาร VOCs ให้พนักงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

มาตรการติดตามด้านสุขภาพ

1. การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง: จัดให้มีการตรวจสุขภาพพนักงานก่อนเริ่มงาน และตรวจประจำปีโดยเน้นฟังก์ชันตับ ไต และ ระบบเลือด

2. การเฝ้าระวังบรรยากาศ: ตรวจวัดความเข้มข้นสาร VOCs ในพื้นที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ

การเลือกใช้อุปกรณ์อย่าง MiniRAE 3000+ จากแบรนด์ Honeywell คือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยน "ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น" ให้กลายเป็น "ข้อมูลที่ควบคุมได้" ในการปฏิบัติงานจริง

เหตุผลสำคัญที่ทุกโรงงานต้องมี MiniRAE 3000+

มองเห็นอันตรายทันที (RealTime Detection): สาร VOCs ส่วนใหญ่ไม่มีสีและหลายชนิดไร้กลิ่น การพึ่งพาประสาทสัมผัสมนุษย์จึงสายเกินไป เครื่องวัด PID (Photoionization Detector) ช่วยให้รู้ค่าความเข้มข้นในอากาศได้ทันที ณ วินาทีนั้น

 แม่นยำและตอบสนองไวที่สุด: MiniRAE 3000+ มีช่วงการวัดกว้าง (0 ถึง 15,000 ppm) พร้อมเวลาตอบสนองรวดเร็วภายใน 3 วินาที ช่วยประเมินพื้นที่สุ่มเสี่ยงและพื้นที่อับอากาศก่อนส่งพนักงานเข้าทำงานได้อย่างปลอดภัย

 ปกป้องชีวิตและลดความเสี่ยงทางกฎหมาย: ช่วยยืนยันว่าระดับสารเคมีอยู่ในค่ามาตรฐานความปลอดภัย (PEL/TLV) ลดการเจ็บป่วยสะสมของพนักงาน และป้องกันการสั่งหยุดงานจากหน่วยงานกำกับดูแล

"ความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง VOCs เริ่มต้นที่การรู้ค่าที่แม่นยำ — MiniRAE 3000+ ไม่ใช่แค่อุปกรณ์วัดค่า แต่คือด่านแรกในการปกป้องชีวิตพนักงานและคุ้มครองธุรกิจของคุณให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น"


ผลกระทบต่อสุขภาพจากสาร VOCs ระยะสั้น: ระคายเคืองตา จมูก คอ, เวียนศีรษะ, ปวดศีรษะ, คลื่นไส้, และมีผื่นคันตามผิวหนัง

ระยะยาว: ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง, ตับและไตเสียหาย, และสาร VOCs หลายชนิด (เช่น เบนซีน) เป็นสารก่อมะเร็ง (Carcinogen)

 

เมื่อการทำงานต้องมีความเสี่ยงกฎหมายจึงเข้ามาคุ้มครองแรงงานโดยให้มีการกำหนดการจัดพื้นที่ปลอดภัยในโรงงาน

ตามกฎหมายไทย โรงงานต้องจัดให้มีมาตรการและพื้นที่ปลอดภัยตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 

โดยมีข้อกำหนดสำคัญดังนี้

- จัดสถานที่ปลอดภัย: ดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ

- รับผิดชอบค่าใช้จ่าย: ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

- จัดทำเอกสารและประเมินความปลอดภัย: ทำรายงานความปลอดภัยที่ผ่านการตรวจรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ/นิติบุคคลตามกฎกระทรวง

- แต่งตั้งบุคลากรความปลอดภัย: จัดตั้ง จป. หรือคณะทำงานด้านความปลอดภัยตามเกณฑ์กฎหมาย

- แจ้งความเสี่ยงและแจกคู่มือ: แจ้งอันตรายล่วงหน้า และแจกคู่มือความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน ย้ายงาน หรือเปลี่ยนสถานที่

- จัดฝึกอบรมความปลอดภัย: อบรมพนักงานทุกคนเรื่องความปลอดภัย และอบรมเพิ่มทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนเครื่องมือ ย้ายงาน หรือเปลี่ยนตำแหน่ง

- ติดป้ายเตือนและแจ้งสิทธิ: ติดป้ายเตือนอันตรายและป้ายแสดงสิทธิความปลอดภัยในจุดที่เห็นได้ชัดเจน

- ควบคุมการสวมใส่ PPE: จัดหาและดูแลให้พนักงานสวมใส่อุปกรณ์ PPE หากไม่สวมใส่ สามารถสั่งหยุดงานได้ทันที


การควบคุมระบายอากาศ (Local Exhaust Ventilation): ต้องติดตั้งระบบดูดอากาศเสียและระบายอากาศในบริเวณที่มีสารระบาย เพื่อลดความเข้มข้นของสาร VOCs ในอากาศไม่ให้เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย (PEL / TLV)

การแบ่งแยกพื้นที่ (Zoning): ต้องกำหนดเขตพื้นที่เสี่ยงและติดป้ายเตือนอันตรายอย่างชัดเจน จำกัดเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องและสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

พื้นที่พักปลอดภัย (Safe Rest Area / Break Room): ต้องจัดเตรียมห้องพักพนักงาน อู่ หรือพื้นที่พักผ่อนที่ปลอดสารเคมี มีระบบอากาศสะอาดแยกต่างหากจากพื้นที่ปฏิบัติงาน

อุปกรณ์และชุดเผชิญเหตุฉุกเฉิน: จัดให้มีจุดล้างตาและฝักบัวฉุกเฉิน (Emergency Eyewash & Shower) ในระยะที่เข้าถึงได้ภายใน 10 วินาที พร้อมชุดปฐมพยาบาล

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE): โรงงานต้องจัดหาหน้ากรองก๊าซ/สารเคมี (Respirator) ที่เหมาะสมกับชนิดสาร VOCs ให้พนักงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

มาตรการติดตามด้านสุขภาพ : 
การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง: จัดให้มีการตรวจสุขภาพพนักงานก่อนเริ่มงาน และตรวจประจำปีโดยเน้นฟังก์ชันตับ ไต และ ระบบเลือด

การเฝ้าระวังบรรยากาศ: ตรวจวัดความเข้มข้นสาร VOCs ในพื้นที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ

การใช้อุปกรณ์อย่าง MiniRAE 3000+ จาก Honeywell คือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยน "ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น" ให้กลายเป็น "ข้อมูลที่ควบคุมได้" ในการปฏิบัติงานจริง

 



เหตุผลสำคัญที่ทุกโรงงานต้องมี MiniRAE 3000+

ไม่สามารถประเมินได้ด้วตาเปล่า หรือ การสัมผัส สาร VOCs เพราะส่วนใหญ่ไม่มีสีและหลายชนิดไร้กลิ่น การพึ่งพาประสาทสัมผัสมนุษย์จึงสายเกินไป เครื่องวัด PID (Photoionization Detector) ช่วยให้รู้ค่าความเข้มข้นในอากาศได้ทันที ณ วินาทีนั้น

แม่นยำและตอบสนองไวที่สุด: MiniRAE 3000+ มีช่วงการวัดกว้าง (0 ถึง 15,000 ppm) พร้อมเวลาตอบสนองรวดเร็วภายใน 3 วินาที ช่วยประเมินพื้นที่สุ่มเสี่ยงและพื้นที่อับอากาศก่อนส่งพนักงานเข้าทำงานได้อย่างปลอดภัย

ปกป้องชีวิตและลดความเสี่ยงทางกฎหมาย: ช่วยยืนยันว่าระดับสารเคมีอยู่ในค่ามาตรฐานความปลอดภัย (PEL/TLV) ลดการเจ็บป่วยสะสมของพนักงาน และป้องกันการสั่งหยุดงานจากหน่วยงานกำกับดูแล

"ความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง VOCs เริ่มต้นที่การรู้ค่าที่แม่นยำ — MiniRAE 3000+ ไม่ใช่แค่อุปกรณ์วัดค่า แต่คือด่านแรกในการปกป้องชีวิตพนักงานและคุ้มครองธุรกิจของคุณให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น"


บทความที่เกี่ยวข้อง
เครื่องวัดแก๊ส MultiRAE Lite
เครื่องวัดแก๊ส MultiRAE Lite: ตัวช่วยมืออาชีพในการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร ในปัจจุบัน ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมลพิษทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนเป็นอย่างมาก
27 พ.ค. 2024
เครื่องวัด VOC คืออะไร
ตรวจวัด สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) เป็นสิ่งสำคัญ เพราะสาร VOCs สามารถพบได้จากกระบวนการผลิต
28 ส.ค. 2026
เครื่องวัดแก๊ส VOC ppbRAE 3000
เครื่องวัดแก๊ส VOC ppbRAE 3000 อุปกรณ์ตรวจจับมลพิษที่หรูหราและทันสมัย**ยกระดับการตรวจวัดมลพิษทางอากาศให้เหนือระดับด้วย เครื่องวัดแก๊ส VOC ppbRAE 3000 สุดยอดเทคโนโลยีจาก RAE Systems ที่มาพร้อมความหรูหรา สมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการอุปกรณ์ตรวจจับมลพิษที่ดียิ่งที่สุด
27 พ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy